
เวลาทองโรคหลอดเลือดสมอง (Golden Time) เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดเสี่ยงพิการ
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองมีการตีบตันหรือแตกอย่างเฉียบพลัน ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองในส่วนนั้นหยุดชะงักลง ส่งผลให้เนื้อสมองถูกทำลาย เนื่องจากการขาดออกซิเจนและสารอาหารเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสองของคนไทย รองจากโรคมะเร็ง เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ส่งผลให้สมองขาดออกซิเจนและเสียหาย อาการอาจรุนแรงถึงขั้นอัมพาต
การรักษามีหลายวิธี เช่น การให้ยาละลายลิ่มเลือด การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน การใช้ขดลวด (Stent) และการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพ การรู้เท่าทันและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้ดี
โรคหลอดเลือดสมองส่งผลกระทบต่อสมองอย่างไร
สมองซีกซ้าย
- อัมพาตครึ่งตัวด้านขวา
- ปัญหาการพูด การเข้าใจ ภาษา และการกลืน
- สูญเสียการจัดการ การระวังตัว ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง
- เสียการมองเห็นภาพซีกขวาของตาทั้งสองข้าง
สมองซีกขวา
- อัมพาตครึ่งตัวด้านซ้าย
- สูญเสียความสามารถในการประเมินขนาดและประมาณระยะทาง
- สูญเสียการตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่วางแผน
- เสียการมองเห็นภาพซีกซ้ายของตาทั้งสองข้าง
ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อสมองส่วนเซรีเบลลัม (Cerebellum) จะทำให้สูญเสียการทรงตัว เวียนศีรษะ เคลื่อนไหวไม่ประสานงานกัน เกิดความเสียหายต่อก้านสมอง ทำให้การหายใจหรือการเต้นของหัวใจผิดปกติหรือหมดสติ ซึ่งสามารถประเมินความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมองได้จากระดับการสูญเสียหน้าที่การทำงานของร่างกาย
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากอะไร
ทั้งวัยรุ่นและผู้สูงวัยก็มีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ ด้วยสาเหตุที่ต่างกัน โดยโรคหลอดเลือดสมองเกิดได้จาก 3 สาเหตุหลัก ๆ
หลอดเลือดสมองตีบ (Atherosclerosis) มีโอกาสเกิดได้ถึง 80% จากการที่ลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นจากผนังหลอดเลือดสมองที่มีคราบไขมันเกาะจนแข็ง ทำให้หลอดเลือดสมองตีบแคบลงจนอุดตัน
- ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ อายุ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โดยเฉพาะไขมันชนิดที่ไม่ดี (Low – Density Lipoprotein – LDL) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) โรคอ้วน เพราะคนอ้วนจะสัมพันธ์กับการนอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ รวมถึงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
หลอดเลือดสมองอุดตัน (Embolic) เกิดจากลิ่มเลือดที่ก่อตัวในเส้นเลือดนอกสมอง เช่น ลิ่มเลือดบริเวณหัวใจลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดเล็ก ๆ ในสมอง
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคของลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือภาวะหัวใจโต
- สาเหตุอื่น ๆ เช่น กีฬาหรืออุบัติเหตุที่มีการบิดหรือสะบัดคอแรง ๆ อาจทำให้หลอดเลือดที่คอฉีกขาดได้ อาทิ บันจี้จัมป์หรือกีฬาเอ็กซ์ตรีม
หลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic) มีโอกาสเกิดได้ 20% จากการที่เลือดออกในสมอง ซึ่งเลือดที่ไหลออกมาทำให้เกิดแรงกดเบียดต่อเนื้อสมอง
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ภาวะความดันโลหิตสูง
- สาเหตุอื่น ๆ เช่น การรับประทานยาบางชนิด ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) ที่เกินความจำเป็น
โรคหลอดเลือดสมองอาการเป็นอย่างไร
- สูญเสียการควบคุมอวัยวะบางส่วนจากอาการอ่อนแรงหรืออัมพาต โดยเฉพาะที่แขนและขาด้านใดด้านหนึ่ง
- การพูดและการมองเห็นไม่ปกติ เช่น กลืนลำบาก ทรงตัวไม่ค่อยได้ ปากเบี้ยว ตามัว เดินเซ
- มีปัญหาในการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ในกรณีที่เป็นรุนแรง
สังเกตอาการหลอดเลือดสมองด้วย BEFAST
- B = Balance เวียนหัว เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
- E = Eyes ตามัว มองไม่เห็นเฉียบพลัน
- F = Face ปากเบี้ยว มุมปากตก
- A = Arm แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว
- S = Speech พูดไม่ชัด พูดไม่ออก สื่อสารไม่ได้
- T = Time ควรรีบไปโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมง
หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
ปัจจัยเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง
- รับประทานอาหารไขมันสูงเช่น ของทอด ของมัน
- การสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่เป็นเวลานาน
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- โรคเบาหวาน
- ภาวะความดันโลหิตสูง
- ภาวะไขมันในเลือดสูง
- โรคอ้วน
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- โรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation), โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ (Aortic Valve Stenosis) เป็นต้น
- โรคหลอดเลือดแดงที่คอตีบ (Severe Carotid or Vertebral Stenosis)
- ภาวะเลือดแดงผิดปกติ (Polycythemia vera หรือ PV) หรือ ภาวะเกล็ดเลือดผิดปกติ (Essential Thrombocythemia หรือ ET)
- การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (Coagulopathy)
- การเซาะตัวของผนังหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง (Carotid or Vertebral Artery Dissection)
ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ไม่สามารถควบคุมได้
- อายุที่มากขึ้น ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป
- เชื้อชาติ ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าชาติอื่น ๆ
- เพศ เพศชายมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าเพศหญิง แต่เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้นพบว่ามักจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองและเสียชีวิตมากกว่าเพศชาย
- พันธุกรรม คนในครอบครัวมีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง
- การใช้ฮอร์โมน ผู้ใช้ยาคุมกำเนิดหรือเคยบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจน เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคสมองมากขึ้นในเพศหญิง
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหลอดเลือดสมอง
- มีอาการชา ปวด ส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโรคหลอดเลือดสมอง เช่น เจ็บแขนซ้าย ชาแขนขาข้างซ้าย ชาด้านซ้าย ชาครึ่งตัว ชาแขนข้างเดียว
- การพูดหรือการกลืนมีปัญหา กลืนอาหารลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการกลืนอ่อนแรงลง จึงทำให้สำลักได้ง่าย ความสามารถในการพูดคุยกับผู้อื่นลดลง
- ปัญหาด้านอารมณ์ มีอารมณ์แปรปรวนหรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ อาจเสี่ยงภาวะซึมเศร้า
- สูญเสียความทรงจำหรือมีปัญหาทางสมอง ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การเข้าใจ หรือการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ลดลง
- อัมพาต อาจเป็นเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายหรือด้านใดด้านหนึ่งของใบหน้าหรือแขน
- ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ข้อไหล่เคลื่อน แผลกดทับ ภาวะปอดติดเชื้อ ปัญหาในการควบคุมปัสสาวะ เป็นต้น
การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
- ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงและอาหารรสเค็ม
- ควบคุมปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
- ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ โดยคำนวณดัชนีมวลกาย หรือ BMI (Body Mass Index) นำน้ำหนักหารด้วยความสูงที่เป็นเมตรสองครั้ง เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ 18.5 – 22.9 หากเกินจากนี้ถือว่าน้ำหนักเกินเกณฑ์
- งดสูบบุหรี่
- งดดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ตรวจเช็กโรคหลอดเลือดสมอง
การตรวจดูการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดสมอง
- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI: Magnetic Resonance Imaging)
- การตรวจหลอดเลือดสมองด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan: Computerized Tomography Scan)
- การฉีดสีหลอดเลือดสมอง (Cerebral Angiography)
ตรวจหลอดเลือดโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- การตรวจหลอดเลือดในกะโหลกศีรษะ (Transcranial Doppler Ultrasound – TCD) เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงตรวจหลอดเลือดแดงสมองใต้ฐานสมองภายในกะโหลกศีรษะ โดยส่งคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านบริเวณกระดูกขมับ (Temporal Window) ที่มีความบาง ด้วยการใช้หัวตรวจความถี่ต่ำเพียง 2 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อตรวจหาความเร็ว ทิศทาง และลักษณะการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดสมอง ทำให้ระบุตำแหน่งที่ตีบหรือตันของหลอดเลือดได้จากรูปแบบการไหลของเลือด
- การตรวจหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ (Carotid Duplex Ultrasound) เป็นการตรวจหลอดเลือดแดงที่คอทั้ง 2 ข้าง เพื่อดูหลอดเลือดใหญ่ Carotid (หลอดเลือดแดงด้านหน้า) และหลอดเลือด Vertebral (หลอดเลือดแดงด้านหลัง) โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อตรวจดูการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ดูคราบหินปูนหรือคราบไขมัน (Plaque) ที่เกาะภายในหลอดเลือด โดยสามารถวัดความหนาของผนังหลอดเลือด วัดความเร็วของการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือด
วิธีการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง
- การถ่างขยายหลอดเลือด แพทย์จะสอดเครื่องมือเข้าทางหลอดเลือดใหญ่บริเวณขาแล้วถ่างขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนที่ทำหน้าที่เหมือนการขูดตะกรันในท่อน้ำ หรือใส่อุปกรณ์ถ่างขยายที่ทำจากขดลวด (Stent) เหมือนตะแกรงที่ช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดตีบซ้ำในตำแหน่งที่หลอดเลือดตีบ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการพักฟื้น
- การผ่าตัด การผ่าตัดแบบแผลเล็ก Minimal Invasive โดยใส่สายสวนที่ขาหนีบเพื่อเปิดหลอดเลือดสมองที่อุดตัน ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองที่ยังไม่ตายได้ทัน โดยมี Biplane DSA (Biplane Digital Subtraction Angiography) เครื่องเอกซเรย์ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือดชนิดสองระนาบที่สามารถถ่ายภาพหลอดเลือดทั้งด้านหน้าและด้านข้างในเวลาเดียวกัน ช่วยให้แพทย์ใส่สายสวนหลอดเลือดขนาดเล็กได้ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการในเวลาอันรวดเร็ว
- หากลิ่มเลือดมีขนาดเล็กสามารถฉีดยาละลายลิ่มเลือดเพื่อละลายลิ่มเลือดอุดตันได้โดยตรง หรือหากลิ่มเลือดมีขนาดใหญ่ แพทย์สามารถใช้เครื่องมือเกี่ยวดึงลิ่มเลือดออกจากจุดที่อุดตัน ทำให้เลือดเลี้ยงสมองได้ทันเวลา นอกจากช่วยลดการใช้สารทึบรังสีที่ผู้ป่วยต้องได้รับยังช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัด
การใช้ยารักษาโรคหลอดเลือดสมอง
- ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) ลดความหนืดของเลือดและป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
- ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelets) ป้องกันการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด
- ยาปิดกั้นตัวรับแคลเซียม (Calcium Channel Blockers) ป้องกันการทำลายระบบประสาทที่เกิดหลังจากเลือดออกใต้กะโหลกศีรษะ (Subarachnoid Hemorrhage)
- ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolytics) ใช้ในกรณีฉุกเฉินเพื่อละลายลิ่มเลือดที่อุดตันหลอดเลือดสมองอย่างเฉียบพลัน
ในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคหรือภาวะที่เป็นอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูงควรได้รับการรักษาควบคู่ไปกับโรคหลอดเลือดสมองด้วยยาที่เหมาะสม
MAGIC NUMBER 4.5 เวลาทองของโรคหลอดเลือดสมอง
เวลาทองของโรคหลอดเลือดสมอง (Golden Time) หรือเมจิกนัมเบอร์ 4.5 (Magic Number 4.5) คือ ระยะเวลาที่ผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมองควรถูกนำส่งโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมง หากผู้ป่วยได้รับการรักษาภายใน 4.5 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดและลดความเสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต
ไม่เกิน 4.5 ชั่วโมงหลังจากพบอาการ ถ้าผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลภายในช่วงเวลานี้นับตั้งแต่สังเกตเห็นอาการ เบื้องต้นแพทย์จะทำ MRI เอกซเรย์สนามแม่เหล็กตรวจดูความเสียหายของเนื้อสมองและหลอดเลือดที่อุดตันว่ามีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดและไม่พบภาวะเลือดออกในสมองจะช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ทัน
เกิน 4.5 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ และตรวจวินิจฉัยแล้วว่าเซลล์สมองยังไม่ตายจากการอุดตันของลิ่มเลือดขนาดใหญ่ การให้ยาละลายลิ่มเลือดอาจไม่ทำให้อาการดีขึ้น ต้องอาศัยการใส่สายสวนหลอดเลือดสมอง แพทย์รังสีร่วมรักษาจะเข้ามาช่วยดูแลเพื่อพิจารณาว่าผู้ป่วยเหมาะสมที่จะรักษาด้วยการลากลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดสมองหรือไม่
ดูแลผู้ป่วยหลังรักษาโรคหลอดเลือดสมองอย่างไร
การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่อยู่ใน ICU หรือระยะเฉียบพลัน (Early Rehabilitation) จะช่วยให้การฟื้นตัวทางด้านสมองและกำลังกล้ามเนื้อเร็วขึ้น และยังสามารถป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อาทิ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากการนอนบนเตียงนาน ๆ เสมหะอุดกั้นทางเดินหายใจ โรคติดเชื้อทางปอด โรคลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำ เป็นต้น การฟื้นตัวที่ดีจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมระหว่างคนไข้ ญาติหรือผู้ดูแล ทีมแพทย์ และทีม Stroke Coordinator เพื่อให้ผู้ป่วยฝึกและเรียนรู้ทักษะบางอย่างใหม่ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
Shoulder Press
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ หัวไหล่ และแขน
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Chest Press
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ หน้าอก แขน และสะบัก
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Pec Deck
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ หน้าอก และสะบัก
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Arm Flexion
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ ต้นแขนด้านหน้า
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Abdominal
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ หน้าท้อง
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Back Extension
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ หลังส่วนล่าง
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Leg Press
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ ขา และสะโพก
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Adduction / Abduction
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ ต้นขาด้านใน ด้านนอก และสะโพก
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
Leg Extension
เครื่องฝึกและออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ
เพื่อบริหารกล้ามเนื้อ ขา และหัวเข่า
แผ่นยางปูพื้นสำหรับรองอุปกรณ์ออกกำลังกาย
ราคาพิเศษ
สนใจสอบถามเพิ่ม
#เวลาทองโรคหลอดเลือดสมอง(GoldenTime)เพิ่มโอกาสรอดชีวิตลดเสี่ยงพิการ #ฝึกระบบประสาทและความสามารถในการรับรู้เพื่อการทรงตัวที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุพร้อมป้องกันความเสี่ยงในการหกล้ม #หกล้ม #ล้มในผู้สูงวัย #ผู้สูงอายุหกล้ม #เครื่องออกกำลังกายผู้สูงอายุ #อุปกรณ์ออกกำลังกายผู้สูงอายุ #เครื่องออกกำลังกายผู้สูงวัย #อุปกรณ์ออกกำลังกายผู้สูงวัย #เครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ #อุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ #เครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย #อุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับผู้สูงวัย #เครื่องออกกำลังกาย #อุปกรณ์ออกกำลังกาย #ลู่วิ่ง #ผู้สูงอายุ #ผู้สูงวัย #กระตุ้นการทำงานของหัวใจและการหมุนเวียนโลหิต #การหมุนเวียนโลหิต #บริหารกล้ามเนื้อส่วนล่าง #เครื่องบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือด #เครื่องบริหารกล้ามเนื้อ #aswellcare.com #aswellcare #เครื่องออกกำลังกายระบบไฮดรอลิค #Hydraulic #HydraulicCylinder #อุปกรณ์ออกกำลังกาย #อุปกรณ์ฟื้นฟู #อุปกรณ์บำบัด #ฟื้นฟู #บำบัด #อุปกรณ์ฝึกนิ้วมือ #อุปกรณ์ฝึกการหยิบจับ #มืออ่อนแรง #ฝึกนิ้วมือ #อัมพฤกษ์ #อัมพาต #บทความสุขภาพ #วีดีโอสุขภาพ #การดูแลผู้สูงวัย #การออกกำลังกายในผู้สูงอายุ #ไร้แรงกระแทก #ไฮดรอลิค #ฝึกกล้ามเนื้อ #การเคลื่อนไหว #ข้อกระดูก #ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ #บริหารกล้ามเนื้อ #บริหารกล้ามเนื้อต้นแขน #บริหารกล้ามเนื้อต้นขา #บริหารกล้ามเนื้อสะโพก #บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกและหลัง #บริหารกล้ามเนื้อหลัง #บริหารกล้ามเนื้อแขน #บริหารกล้ามเนื้อไหล่ #บริหารไหล่ #บริหาร





























